ลอยกระทง ?
posted on 11 Nov 2011 15:40 by killerman1ลอยกระทง ทำไม ไหนลองคิด
พวกลูกศิษย์ ทั้งหลาย โอ้ชายหญิง
รู้ประสงค์ หรือเปล่า เล่าอ้างอิง
ควรเป็นสิ่ง อนุรักษ์ เอกลักษณ์ไทย
อย่ามัวเมา เอาตลิ่ง สิ่งพลอดรัก
พ่อแม่หนัก ใจหวั่น มันไม่ไหว
ออกจากบ้าน ห่วงลูก ทุกข์ถอนใจ
เหมือนปีใหม่ ทั่วเมือง เรื่องทุบตี
บ้างเมาเหล้า นารี ผีเข้าสิง
ริมตลิ่ง คงคา น่าบัดสี
ไม่เอาอย่าง นางนพมาศ แล้วชาตินี้
ประเพณี อะไร ไหนอวดกัน
พวกฝรั่ง มังค่า มาท่องเที่ยว
ต้องเดินเสียว ลูกหลง คงน่าขัน
ใครจะมา เที่ยวงาน รำคาญครัน
ลอยในขัน ที่บ้าน สำราญดี
เสียทั้งงบ ประมาณ การจัดสรร
เล่นพนัน ประกวดสาว เคล้าบัดสี
ร้องไชโย โห่เชียร์ เสียผู้ดี
จ้างสตรี มาเดิมพัน ขันต่อรอง
ถ้าปล่อยให้ ไทยนี้ ประเพณีเพี้ยน
นั่งปวดเศียร ทั่วไป ไทยทั้งผอง
เล่นพนัน ดื่มสุรา บ้าริมคลอง
คงคาหมอง จันทร์เศร้า ปวดร้าวใจ
ถ้าอยากให้ พระจันทร์ คงคาสุข
พึงย้อนยุค เอาอย่าง บางสมัย
เอาตัวอย่าง นพมาศ สุโขทัย
ลอยเพื่อใคร นั่นรู้ ดูตำรา
จะให้ทัวร์ ต่างชาติ มาชมหรือ
คำตอบคือ ไม่คุ้ม ชีวิตหนา
ถูกลูกหลง ลงตาย วายชีวา
ไม่คุ้มค่า มาสนุก กลับทุกข์เอย.
...หยาดกวี...
๒ พฤจิกายน ๒๕๕๒
ถ้าจะหาประวัติของประเพณีลอยกระทง มันเริ่มต้นที่สมัยราชวงศ์พระร่วง ยุคสุโขทัย แต่พระมหากษัตริย์ไม่แน่ชัดบางข้อมูลบอก พระยาลิไท บางประวัติบอก พระยาเลอไทย แต่อยู่ในราชวงศ์พระร่วงแน่นอนครับ
นางนพมาศ ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัว แทนการลอยโคม เพื่อเป็นการสักการะ รอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้น ทักขิณาบถ ของประเทศอินเดีย เมื่อพระร่วงเจ้า ได้เสด็จทอดพระเนตรเห็นกระทง ของนางนพมาศ ก็ทรงพอพระทัย จึงมีราชโองการ ให้จัดพิธี ลอยกระทง(คิดว่าในสมัยนั้นไม่น่าเรียนว่าพิธีลอยกระทง)ขึ้นทุกปี ในคืนวันเพ็ญเดือน สิบสองของทุกปี
และในสมัยรัชกาลที่5 ก็ได้มีการลอยกระทงกันอยู่ โดยบันทึกไว้ว่าการลอยกระทงในสมัยนั้นจะมีแค่ชนชั้นขุนนาง และคนในรางวังเท่านั้น ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเหมือนสมัยปัจจุบัน

แล้วถ้าถามว่าลอยกระทงเพื่ออะไรหรือลอยกระทงทำไม คำตอบที่ได้ก็ออกมาซ้ำๆกัน ประมาณว่า
1. เพื่อขอขมาลาโทษแด่พระแม่คงคา เพราะได้อาศัยน้ำกินและใช้ และ มนุษย์ มักจะทิ้งสิ่ง ปฏิกูลลงในแม่น้ำ จึงควรขอขมาลาโทษท่าน
- คือเข้าใจว่าในสมัยนั้นผู้คนเค้าตั้งใจที่จะขอขมาจริงๆเพราะเป็นประเพณี ซึ่งมีมาในแผ่นดิน สยามแต่โบราณและก็ไม่ได้มีจำนวนกระทงมากเหมือนในปัจจุบัน ที่กำลังมีปัญหาว่ากระทง พอมาลอยกันเยอะๆเข้า มันก็กลายเป็นขยะในวันรุ่งขึ้น และเทศบาลก็เก็บไม่หมดเสียด้วยมี หลายครั้งที่(ซาก)กระทงได้ลอยไปถึงอ่าวไทย
2. เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติของพราหมณ์ คือบูชาพระนารายที่บรรทมศิลป์อยู่ในมหาสมุทร
- คือเรื่องนี้เป็นตำนานของพระแม่คงคานะครับ พระองค์ทรงเป็นพระชายาของพระศิวะ ตามคติความเชื่อของอินเดีย พระองค์เป็นเทวีผู้ให้กำเนิดสายน้ำคงคาและเชื่อว่าสายน้ำ คงคานั้นสามารถชำระล้างบาปของตนได้ ถ้าจะให้อธิบายข้อมูลเรื่องตำนานล่ะก็สงสัยคง ต้องใช้กระดาษอีกลีมครึ่งล่ะครับ เอาเป็นว่ารู้ที่มาที่ไปคร่าวๆพอ ( แต่อยากจะบอกว่าใครมันจะไปรู้เรื่องพวกนี้ครับ ไม่เชื่อเดินไปที่วัดไหนก็ได้ในกรุงเทพแล้วถามคนที่จะมาลอยกระทงได้เลยครับว่ามาลอยทำไม 100 ทั้ง 100 จะตอบประมาณว่า มาขอขมาพระแม่คงคา มาขอบคุณที่มีน้ำให้เราได้ใช้ )
3. เพื่อลอยทุกข์ โศก โรค ภัย และความอัปรีย์จัญไร เหมือนกับการลอบ บาป ของศาสนา พราหมณ์ ถ้าใครเก็บกระทงไป เท่ากับเก็บความทุกข์ หรือเคราะห์กรรมเหล่านั้น แทน เจ้าของกระทง
- อ่านถึงอันนี้เสร็จขอขำ ก่อนเลยครับ ใครเก็บไปก็เท่ากับเก็บความทุกข์กรรมไปด้วย ถึงว่า พนักงานเทศบาล เลยต้องทนมาเก็บกระทงทุกปีเลื่อยไป
มาพูดถึงประเพณีการลอยกระทงในปัจจุบันซักหน่อยดีกว่าครับ ไม่ว่าจะปีนี้หรือปีก่อนๆเวลามีเพื่อนมาถามว่าลอยกระทงที่ไหน ผมก็มักจะตอบไปมา "ลอยทำไม" ไม่ได้กวนตีนแต่อย่างใดนะครับ ถามเพราะสงสัย คนส่วนใหญก็จะบอกมาประมาณว่า เพื่อลอยทุกข์ โศก โรค ภัย บ้าง เพื่อขอขมาลาโทษพระแม่คงคา ที่ทิ้งสิ่งขยะปฏิกูลลงในแม่น้ำ ( ไอ้อันหลังนี่แอบสงสัย ในเมื่อเราขอขมา หรือขอโทษนั้นแปลว่าเรารู้ว่าเราทำผิดไปแล้วแล้วรู้สึกผิดจึงต้องไปขอขมาลาโทษกัน แต่ก็เห็นมาขอโทษ ขอขมากันทุกปี มันอะไรกันนี่พวกคุณๆทั้งหลายไม่สำนึกกันบ้างรึ ) แล้วไหนจะเอากระกงมาลอยกันอีกทั่วประเทศไทยมี 67 ล้านคน อันนี้ไม่ต้องเอามาลอยครบ 67 ล้านคนหรอกครับ เอามาลอยกันแค่ครึ่งประเทศก็พอ "แค่ครึ่งประเทศ" นะครับ ก็ประมาณ 30 ล้านคน แน่นอนกระทงก็ต้อง 30 ล้านใบ แล้ว 30 ล้านใบนี่ไปไหน มันก็ไหลกันไปตามกระแสน้ำล่ะครับ ไหลจากบนลงล้าง จังหวัดไหนเทศบาล จัดพื่นที่ให้ลอยกันในสวนสาธารณะก็ดีไปกระทงมันก็อยู่ในนั้น แต่เชื่อเถอะยังไงคนมันก็อดไม่ได้ที่จะไปลอยกันที่แม่น้ำ อาจจะด้วยความเชื่อก็สุดจะแล้วแต่
ถ้าจะให้พูดเรื่องของกระทง ในสมัยก่อนหรือปัจจุบันส่วนใหญ่ก็จะทำมาจากต้นกล้วย ใบตองครับ แต่เดี๋ยวนี้คนเรามีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ทำกระทงจาก โฟม บ้างทำจาก ขนมปัง บ้างทำจากดอกไม้บ้าง และก็มาบอกว่าห้ามใช้โฟม เพราะมันย่อยสลายยาก ก็เห็นด้วยนะครับกระบวนการย่อยสลาย (แต่ก็ไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไร ลองดูได้เลยครับฐานกระทงโฟมเกือบทั้งนั้น) แล้วขนมปังล่ะ ที่ใช้ขนมปังก็เพราะเค้าคิดว่าขนมปังเนี้ยเอาไปลอยน้ำ เดี๋ยวปลามันก็กินหมดไม่เป็นขยะ เอาไปลอยในแม่น้ำขนมปังเนี้ยตัวทำให้น้ำเน่าเลยครับ แถมในขนมปังนั้นมีแต่สารกันบูด สารสังเคราะห์สีเอาไปให้ปลากิน แล้วคนเราเนี้ยล่ะไปจับปลาในแม่น้ำมากินอีกที ไชโยประเทศไทยครับ
คือผมจะบอกว่าจะใช้อะไรลอยมันก็เน่าทั้งนั้นล่ะครับ ไม่ว่าจะใบตอง ขนมปัง ดอกไม้ โฟม ถ้าเทศบาลเก็บไม่หมดมันก็ลอยอยู่ในแม่น้ำ แล้วก็ทำให้น้ำเน่า เผลอๆก็อาจจะไหลไปอ่าวไทยเป็นภาระเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอีก ทำให้เสียงบประมาณในการดูแลเรื่องพวกนี้อีกไม่รู้เท่าไร
และผมเชื่อว่าต่อให้รัฐบาลรงณรงค์เรื่องนี้ยังไงก็ไร้ความหมายครับ มันได้กลายเป็น" วันลอยกระทง " ที่สมบูรณ์แบบไปแล้ว
อ่านมาถึงตรงนี้คงคิดในใจแล้วว่า ไอ้บ้านี่ทำไมมันทำตัวขวางโลกได้ถึงขนาดนี้ ทำไมมันมองโลกได้โหดร้ายเพียงนี้ by... คนขวางโลก 11/11/54